โรคสมองอักเสบจากเชื้ออะมีบา

โรคสมองอักเสบจากเชื้ออะมีบาที่ก่อ โรคในคน เป็นอะมีบาซึ่งเป็นสัตว์เซลเดียวที่ดำรง ชีวิตเป็นอิสระ (free-living)  อาศัยอยู่ในแหล่งน้ำจืด  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแหล่งที่มีน้ำนิ่งหรือหรือไหลเวียนน้อยตามธรรมชาติ  เช่น  บ่อ  สระ  และในดินที่มีน้ำขัง  โดยทั่วไปโอกาสที่จะเกิดการติดเชื้ออะมีบาจนถึงขั้นป่วยและเสียชีวิตมีน้อย มาก  เชื้ออะมีบาที่ก่อโรคสมองอักเสบที่พบได้ คือ

  1. Naegleria fowleri เข้าสู่ร่ายกายทางโพรงจมูก  มักจะเกิดเมื่อมีอากรสำลักน้ำ  และเชื้อจะขึ้นสมองโดยผ่านทางเส้นประสาทรับกลิ่น (olfactory nerve) ทำให้เกิดเยื้อหุ้มสมองอักเสบ (Primary amoebic meningo-encephalitis หรือ PAM) N. fowleri มีรูปร่างลักษณะ 2 ระยะ ได้แก่ระยะ trophozoite ซึ่งอาจมีรูปร่างแบบอะมีบา (ameboid form) กับแบบมีหนวดสำหรับว่ายน้ำ (flagellate form) และระยะ cyst เชื้อเจริญเติบโตได้ดีที่อุณหภูมิสูง  ระยะฟักตัวของโรค 3-7 วัน ผู้ป่วยจะมีอาการปวดศีรษะมาก  เจ็บคอ  คลื่นไส้  อาเจียน  เพ้อ  ไข้สูง  คอแข็ง  ง่วงซึม  อาการจะทรุดอย่างรวดเร็ว  และมักจะเสียชีวิตภายใน  10 วัน  โรคนี้ส่วนใหญ่พบในคนวัยหนุ่มสาวทีมีสุขภาพปกติ
  2. Acanthamoeba spp. (A. culbersoni, A. polyphaga, A. castellanii,  A. astronyxis) และ Balamuthia mandrillaris (leptomyxid amebae) เชื้ออะมีบากลุ่มนี้มักก่อโรคในผู้ที่มีสุขภาพอ่อนแอ     หรือภูมิต้านทานต่ำ หรือมีโรคเรื้อรังประจำตัวอยู่ก่อน   หรือได้รับยาที่กดภูมิคุ้มกันของร่างกาย  โดยทั่วไปเชื้อสามารถเข้าสู่ระบบประสาทส่วนกลาง  โดยเข้าทางบาดแผลที่ผิวหนังหรือทางเดินหายใจ แล้วแพร่เข้าสู่กระแสเลือดขึ้นสู่สมองและทำให้เกิดสมองอักเสบ (Granulomatous amoebic encephalitis หรือ  GAE)  นอกจากนี้ยังสามารถเข้าทางเยื่อบุตา ทำให้เยื่อบุตาและกระจกตาอักเสบ (Keratoconjunctivitis)  อาจทำให้ตาบอดได้  ระยะฟักตัวจะนานกว่าเชื้อ N. fowleri การติดเชื้อที่สมอง ผู้ป่วยมักมาด้วยอาการไข้  ปวดศีรษะ  และอาการแสดงเฉพาะที่ทางระบบประสาท (Focal neurological deficits) เช่น อ่อนแรงครึ่งซีก  พูดลำบาก  ประสาททางสมองพิการ  เดินเซ ฯลฯ  ตลอดจนพฤติกรรมผิดปกติ  สับสน  ซึม  ชัก  ไม่รู้สติ  และเสียชีวิตในที่สุด  โดยทั่วไปการดำเนินของโรคมักค่อยเป็นค่อยไป  เป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือนได้

 การวินิจฉัยโรค

  1. Primary amoebic meningo-encephalitis การตรวจ CSF โดยทั่วไปจะมีลักษณะคล้ายที่พบในเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย (Bacterial meningitis) แต่การตรวจพบที่สำคัญที่สุด คือ พบตัวเชื้ออะมีบาในตัวอย่างที่ได้จากการย้อมสี  หรือจากการเพาะเชื้อ
  2. Granulomatous amoebic encephalitis การวินิจฉัยที่แน่นอนอาศัยการตรวจทางพยาธิวิทยาของชิ้นเนื้อสมองส่วนที่เป็น รอยโรค  และโดยทั่วไปจะตรวจไม่พบเชื้ออะมีบาในน้ำไขสันหลัง  สำหรับการติดเชื้อที่ผิวหนังหรือที่ตา  ใช้วิธีตรวจหาเชื้อจากน้ำที่ป้ายจากตาหรือแผลที่ผิวหนัง

การรักษา
โดยทั่วไป การรักษา PAM และ GAE นั้น  ผลการรักษาไม่ค่อยได้ผลดี  ผู้ป่วยส่วนมากมักเสียชีวิตในที่สุด
  อย่าง ไรก็ตาม  เท่าที่มีรายงานการรักษา PAM ที่ได้ผลนั้น  จะใช้สูตรยาหลายขนาดร่วมกัน เช่น มีการใช้ amphotericin B + rifampicin + miconazole + sulfisoxazole,  amphotericin B + rifampicin + ketoconazole เป็นต้น
  สำหรับ GAE นั้น  ผลการรักษาก็มักไม่ดีเช่นกัน  ยาที่อาจพิจารณาใช้ คือ sulfadiazine หรือ ketoconazole
  นอก จากการให้ยาดังกล่าวแล้ว  ก็ให้การรักษาตามอาการ/ประคับประคอง  การรักษาสมองบวม  การรักษาโรคแทรกซ้อน  ตลอดจนอาจต้องพิจารณาผ่าตัดสมองเป็นรายๆ ไป ร่วมด้วย

สถานการณ์
ทั่ว โลกมีรายงานผู้ป่วยชนิดเยื่อหุ้มสมองและสมองอักเสบ (PAM) ประมาณ 160 ราย ในคนปกติ  ผู้ป่วยชนิดสมองอักเสบ (GAE)  ประมาณ 100 รายในคนที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง  (ส่วนหนึ่งเป็นผู้ป่วยโรคเอดส์)  และผู้ป่วยกระจกตาอักเสบมากกว่า 1,000 ราย
สำหรับในประเทศไทย  มีพบผู้ป่วยน้อยมาก ตั้งแต่ พ.ศ.2526 ถึงปัจจุบัน มีรายงานจำนวน 13 ราย เกิดจากการติดเชื้อ  Naegleria fowleri 8 ราย  Acanthamoeba spp. 5 ราย พบผู้ป่วยที่จังหวัดศรีษะเกษ  สมุทรปราการ  นครปฐม  ตราด  สุพรรณบุรี  และกรุงเทพมหานคร  เสียชีวิต 12 ราย  (2 รายหลังรักษาที่โรงพยาบาลศิริราช  และเสียชีวิตต้นเดือนกุมภาพันธ์  รายแรกเป็นหญิง อายุ 17 ปี  ติดเชื้อ Acanthamoeba spp. อีกรายหนึ่งเป็นชาย อายุ 25 ปี ติดเชื้อ Naegleria fowleri)  
  

ข้อมูลการสำรวจหาเชื้อในแหล่งน้ำ ของประเทศไทย ในปี พงศ.2531-2534 มีการสำรวจแหล่งน้ำขังในเขตอุตสาหกรรมจังหวัดปทุมธานี  สมุทรปราการ  และลพบุรี  พบเชื้ออะมีบา 67-70% ในจำนวนนี้เป็น pathogenic Naegleria spp. ประมาณ 10% และในการสำรวจแหล่งน้ำขังตามธรรมชาติทั่วไปที่จังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดสุรินทร์ ปี พ.ศ.2528  พบ Naegleria spp. 19%  และ Acanthamoeba spp. 4.8%    ในประเทศสหรัฐอเมริกา  รัฐฟลอริดา  ซึ่งเป็นเขตอากาศกึ่งโซนร้อน  มีการสำรวจแหล่งน้ำพบเชื้ออย่างน้อย 1 ตัวในน้ำ 25 มล.  และในช่วง 14 ปีที่ผ่านมา  ประมาณการว่าประชากรในรัฐนี้มีโอกาสสัมผัสกับน้ำที่มีเชื้อปนเปื้อนนับพัน ล้านครั้ง  แต่พบผู้ป่วย (PAM)  เพียง 7 ราย

คำแนะนำสำหรับประชาชน
  เนื่องจากโรคนี้มีโอกาสเกิดขึ้นน้อยมาก  ประชาชนจึงไม่ควรตื่นตระหนก  ข้อแนะนำในการป้องกันการติดเชื้อนี้ มีดังนี้

  • ผู้ที่มีแผลตามผิวหนัง  ผู้ที่มีภูมิต้านทานต่ำ  เช่น  ติดเชื้อเอชไอวี  เป็นโรคตับ  โรคเบาหวาน   และผู้ที่ได้รับยากดภูมิต้านทานโรค  ควรเลี่ยงการลงว่ายน้ำในแหล่งน้ำตามธรรมชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแหล่งน้ำที่น้ำขับไม่ไหลเวียนหรือน้ำขุ่นดูสกปรก  ผู้ที่ใช้คอนแทคเลนส์  ควรทำความสะอาดด้วยน้ำยาล้างเลนส์ตามวิธีที่จักษุแพทย์แนะนำ
  • บุคคลทั่วไป  หากว่ายน้ำหรือดำน้ำในแหล่งน้ำตามธรรมชาติ  ควรระมัดระวังไม่ให้สำลักน้ำเข้าโพรงจมูก (ถ้าสำลักให้รีบสั่งน้ำออกแรงๆ)  ในเทศกาลสงกรานต์ไม่ควรใช้น้ำจากแหล่งน้ำที่ไม่สะอาดสาดเล่นกัน
  • ผู้ที่มีอาการป่วยน่าสงสัยหลังจากลงในแหล่งน้ำตามธรรมชาติ  ควรรีบไปพบแพทย์ทันที
  • สำหรับสระว่ายน้ำ  ควรรักษาความสะอาดตามมาตรฐานและคำแนะนำของกรมอนามัย  โดยมีการตรวจวัด และเติมสารประกอบคลอรีน  ให้มีปริมาณคลอรีนตกค้างอิสระ 1-2 มิลลิกรัมต่อลิตร

 

ไฟล์ดาวน์โหลด

Credit by คุณ
ผู้เข้าชมวันนี้ คน, ผู้เข้าชมเดือนนี้ คน, ผู้เข้าชมทั้งหมด คน